เมลาโทนินฮอร์โมนชะลอวัยที่ได้จากธรรมชาติ

สวัสดีเช้าสายๆ ใกล้ๆ บ่ายวันหยุดครับ เรื่องราวที่หมอหล่อคอเล่าหยิบมาเล่าให้ฟังกันอีกครั้งในวันนี้เป็นเรื่องของฮอร์โมนที่ชื่อว่า #เมลาโทนิน(Melatonin) ครับ เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้างไม่มากก็น้อย และอาาจะมีเพื่อน ๆ หลายคนที่เคยได้ใช้มาบ้างแล้วด้วย

เจ้าเมลาโทนิน เป็นฮอร์โมนตัวหนึ่งในร่างกายของเราที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิดจนตาย ถูกสร้างที่สมองส่วนเล็กๆ ที่เรียกว่า #ต่อมไพเนียล (Pineal gland) ลองเสิชรูปกันดูได้เลยครับ หน้าหลักของเค้า คือ ควบคุมวงจรการนอนหลับของคนเรา ปกติเราจะรู้สึกง่วงนอนกันตอนกลางคืนและรู้สึกตื่นตัวเมื่อตอนกลางวัน ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากฮอร์โมนเมลาโทนินนี่เองครับ โดยปกติเมลาโทนินจะถูกผลิตออกมามากเวลากลางคืน เริ่มตั้งแต่ประมาณ 4 - 5 ทุ่ม และมีปริมาณมากที่สุดเมื่อประมาณ ตี 2 แล้วจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเข้าสู่เช้าวันใหม่ 

ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เมลาโทนินทำงานได้ถูกที่ ถูกเวลา ? เป็นคำถามที่เราได้เรียนรู้กันมานานและได้คำตอบแล้วว่า ปัจจัยที่ทำให้เมลาโทนินผลิตและหลั่งออกมาได้อย่างพอเหมาะ พอควร ก็คือ #เรื่องของความแตกต่างของแสงสว่างที่เราได้รับในแต่ละวันนั่นเอง เนื่องจากสิ่งที่กระตุ้นให้สร้างเมลาโทนิน ก็คือ สัญญาณประสาทจากการที่มีแสงสว่างที่ลดลง ที่ผ่านเข้าไปยังจอประสาทตา (หรือที่เราเรียกว่า เรติน่า : Retina) แล้วส่งต่อสัญญาณไปตามเส้นประสาทเข้าสู่ต่อมไพเนียลทำให้มีการสร้างเมลาโทนินเกิดขึ้น เมื่อเเสงสว่างลดลง ความมืดเข้ามาเยือน ต่อมไพเนียลก็จะเริ่มหลั่งเมลาโทนินออกมา ทำให้เรารู้สึกง่วงเหงาหาวนอนนั่นเองครับ

นี้...เลยเป็นคำตอบว่า ถ้าอยากนอนหลับได้ดี หลับสนิท เราจะต้องปิดไฟให้มืดสนิท อยู่ในห้องนอนที่ไร้เเสง สี เสียง รบกวน เพราะปัจจัยเหล่านี้จะรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินนั่นเอง

แต่ธรรมชาติก็มักเล่นตลกกับเราเสมอครับ...บางคนก็ทำทุกอย่างแล้วแต่ทำไมนอนไม่หลับ หรือหลับก็ไม่สนิท บางคนก็ดันเป็นโรคประหลาดที่ทำให้หลับยากอีกต่างหาก เหล่านี้ทำให้เรามองหาตัวช่วยอื่น ๆ ได้เริ่มขึ้น บางคนก็เลยต้อง #ตีสนิทกับยานอนหลับ จนเป็นเพื่อนซี้กันเลยทีเดียว จนในที่สุดหลายคนก็ต้องติดยานอนหลับนั่นเอง ทำให้เมลาโทนิน คือ อัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยผู้ที่มีปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้

ปัจจุบันเราจึงเห็นผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า "เมลาโทนิน" วางขายมากมายตามท้องตลาด ทั้งตลาดทั่วไปและตลาดไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน USA ที่จัดให้เมลาโทนินเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงสามารถวางขายได้ทั่วไป (แต่บ้านเรา อย. จัดให้เป็นยา ยังไม่อนุญาตให้จดทะเบียนเป็นอาหารเสริมได้ครับ) แล้วใครล่ะที่จะได้ประโยชน์จากการใช้เมลาโทนิน ? 

ปัจจุบันมีข้อมูลว่า เมลาโทนินสามารถใช้ได้ผลดีกับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับยากครับ เช่น 
#กลุ่มที่มีปัญหาเป็นโรคนอนดึกตื่นสาย (Delayed sleep phase syndrome) ซึ่งจะง่วงนอนช้ากว่าและตื่นสายกว่าชาวบ้านเค้า ซึ่งพบบ่อยในวัยรุ่น 
กลุ่มที่มีปัญหาทางระบบประสาทหรือการเรียนรู้เดิมอยู่แล้วและมีปัญหาการนอนหลับยากเพิ่มเข้ามาอีก (Sleeping problems in people with sleep-wake cycle disturbances) เช่น เด็กออทิสติก เด็กที่เรียนรู้ช้า 

  กลุ่มคนตาบอดที่มีปัยหาการนอน  

นอกจากนี้แล้วเรายังพบว่าเมลาโทนินมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ช่วยลดอาการ jet lag จากการเดินทางไปต่างประเทศที่มีเวลาสลับกับบ้านเรา ใช้ทดแทนยานอนหลับได้ ลดอาการวิตกกังวลเมื่อเข้ารับการผ่าตัด ช่วยคนที่เป็นโรคนอนไม่หลับที่ไม่ได้มีสาเหตุจากอย่างอื่น หรือแม้กระทั่งมีบางการศึกษา พบว่า ใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งบางชนิด เพื่อลดขนาดก้อนมะเร็งได้ด้วย

แม้ว่าในปัจจุบันเราจะเคยได้ยินว่าการกินเมลาโทนินจะทำให้เราแก่ช้าและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอดก็ตาม แต่ข้อมูลตรงนี้ยังไม่ชัดเจนในปัจจุบันและต้องรอการศึกาาเพิ่มเติมกันอีกต่อไป

มาถึงขนาดนี้แล้ว หลายคนอ่านไปก็คงจะรู้สึกง่วงกันแล้วใช่ไหมครับ...^_^แสดงว่าเมลาโทนินเริ่มมาแล้วครับ 

เมลาโทนินมีหลายรูปแบบที่ใช้กัน มีตั้งแต่ยาอมใต้ลิ้น (ซึ่งออกฤทธิ์ไวสุด) ยาอม ยาน้ำ ยาเม็ด ปริมาณที่ใช้กันขึ้นอยู่กับแต่ละตัวบุคคลครับ โดยทั่วไปหากใช้เพื่อช่วยเรื่องการนอนหลับเริ่มใช้ตั้งแต่ 0.5 - 5 mg กินก่อนเข้านอนประมาณ 30 นาที (หรือตามข้อบ่งชี้เฉพาะของเเต่ละตัวครับ) ก่อนใช้แน่นอนว่าเราควรอ่านข้อห้ามใช้และอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วยเสมอ เพื่อความปลอดภัยครับ ดีที่สุดเราควรฝึกนิสัยการเข้านอนให้ตรงเวลา จัดสิ่งเเวดล้อมของเตียงนอนให้เหมาะสม เท่านี้เมลาโทนินก็จะออกมาทักทายและพาเราเข้าสู่ห่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่ดีที่สุดได้อย่างเเน่นอนครับ






ที่มาจาก : หมอหล่อคอเล่า

เมลาโทนินฮอร์โมนชะลอวัยที่ได้จากธรรมชาติ

เครดิต :

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์