
ทรงพระสิริโฉม! เจาะลึก ฉลองพระองค์ไทยสากล ลายใบไผ่สุดวิจิตร
หน้าแรกTeeNee เพื่อผู้หญิงทันสมัย fashion ทรงพระสิริโฉม! เจาะลึก ฉลองพระองค์ไทยสากล ลายใบไผ่สุดวิจิตร

ผ้าไทยไม่เพียงแต่เป็นเครื่องนุ่งห่มที่สะท้อนถึงความงดงามทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยภูมิปัญญาอันล้ำลึกที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะ "ฉลองพระองค์ไทยสากล" ที่รังสรรค์ขึ้นจาก ผ้าไหมลายใบไผ่ (โฮลสะไรย์) ซึ่งเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและเอกลักษณ์อันโดดเด่น
คำว่า "โฮล" เป็นภาษาเขมร หมายถึง การมัดหมี่ ซึ่งเป็นการสร้างลวดลายจากการมัดหมี่ที่เส้นพุ่ง การทอผ้าโฮลแบบดั้งเดิมของจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด จะเริ่มต้นจากการมัดหมี่และย้อมสีโดยใช้ลวดลายต้นแบบ คือ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์และก้านแย่ง ที่มักพบในผ้าปูม จากนั้นนำไปแยกกรอเข้าหลอดเส้นพุ่ง เรียงกันเป็น 2 ชุด เพื่อแยกลาย
เมื่อถึงขั้นตอนการทอ ช่างทอจะดึงเส้นพุ่งให้ลายยักเยื้องเหลื่อมกันเล็กน้อย แล้วคั่นด้วยเส้นไหมสีพื้น ทำให้ลวดลายที่ปรากฏไม่ได้เกิดจากการมัดหมี่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการดึงหมี่เส้นพุ่งให้ยักเยื้อง เป็นการซ่อนลวดลายต้นแบบที่มัดไว้เดิมจนได้เป็นผ้าลายใหม่ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์
ในปัจจุบัน มีการพัฒนาการทอผ้าที่มีลวดลายคล้ายผ้าโฮล เช่น ลายใบไผ่ โดยใช้วิธีการมัดหมี่เป็นลายใบไผ่แล้วนำมาทอแบบไม่ต้องดึงหมี่ เพื่อให้ลายตรงกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายกว่า เรียกกันว่า โฮลประยุกต์, โฮลจับจอง หรือ โฮลนังเปรย ซึ่งรูปแบบนี้จะแตกต่างจากผ้าโฮลที่ทอแบบดั้งเดิม
สำหรับ ลายโฮลผู้หญิง หรือ "โฮลสะไรย์" นั้น เป็นผ้ามัดหมี่ที่เกิดจากการมัดหมี่ลวดลายเดียวกันกับผ้าโฮลเปราะห์ แต่เมื่อนำมาทอจะใช้วิธีการดึงลายให้เกิดลวดลายอีกแบบหนึ่ง พร้อมทั้งเพิ่มองค์ประกอบของลวดลายเข้าไป เช่น ลายสายฝน หางกระรอก และคั่นด้วยเส้นพื้นสีแดงครั่ง
นอกจากลวดลายอันวิจิตรแล้ว ผ้าโฮลสุรินทร์ยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากๆ ในส่วนของ ริมผ้า โดยบริเวณริมผ้าจะมีเส้นสันนูนขนานไปกันทั้งสองด้าน ในทิศของแนวเส้นพุ่งอันเนื่องจากการจัดลวดลาย แล้วม้วนเส้นไหมที่เหลือสอดเข้าในช่องว่างของเส้นยืน จากนั้นจึงทอทับ ส่งผลให้ริมผ้าของผัดหมี่สุรินทร์มีความหนา แน่น และแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ






กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































